ประกาศล่าสุด

มารู้จักโรคฟันผุกันเถอะ

มารู้จักโรคฟันผุกันเถอะ

โรคฟันผุมีประวัติความเชื่อมาตั้งแต่ยุคโบราณ  แต่เดิมมาเรามักเชื่อกันว่า  ฟันผุเกิดจากหนอนไชฟัน  ตามทฤษฎีตัวหนอน  หรือที่เราเองเคยเรียกว่าแมงกินฟัน  และยังมีเรื่องเล่ากันว่า  ช่างผ่าตัดที่เป็นช่างตัดผมพบเห็นตัวหนอนในรอยฟันผุซึ่งมาจากใจกลางฟัน  แต่ก็ไม่มีคำอธิบายได้ว่า  หนอนเข้าไปอยู่ในฟันผุได้อย่างไร  และไม่มีการจับเอาตัวหนอนออกมาให้เห็นเป็นหลักฐาน

            เมื่อถึงศตวรรตที่ 18  Robertson ทันตแพทย์ชาวอังกฤษเสนอคำอธิบายที่แตกต่างกันออกไป  และสอดคล้องกับทฤษฎีการเกิดโรคฟันผุในปัจจุบันมากขึ้น  โดยอธิบายว่า  ฟันผุนั้น  เกิดจากเศษอาหารที่ติดฟันและหมักหมมกันขึ้น  คำอธิบายที่ว่านี้  จึงเป็นแนวทางในการศึกษาต้นตอที่ทำให้เกิดฟันผุในเวลาต่อมา  ในศตวรรษที่ 19 จึงได้รู้แน่นอนว่า  แบคทีเรียนี่เองที่เป็นเจ้าตัวร้าย

            ใน คศ 1890  Miller ซึ่งเป็นทันตแพทย์ชาวอเมริกันได้ตีพิมพ์ผลงานตามทฤษฎีพยาธิเคมี (chemicoparasitic theory) ให้ภาพปะติดปะต่อของขบวนการเกิดฟันผุที่เริ่มชัดเจนขึ้น  โดยอธิบายว่า  การเกิดฟันผุนั้น  เริ่มต้นด้วยการขับเกลือ (lime salt) ออกจากตัวฟัน  โดยกรดที่เกิดจากแบคทีเรีย

            ความรู้ที่เป็นลำดับจนถึงปัจจุบันนั้น  ทำให้เราสามารถอธิบายได้อย่างชัดเจนว่า  แบคทีเรียที่เกี่ยวข้องกับโรคฟันผุนั้นก็คือ mutans streptococci และ lactobacilli  ซึ่งเป็นเชื้อที่แฝงอยู่ในแผ่นคราบฟัน  ซึ่งเป็นส่วนที่เกิดจากการหมักหมมอาหารของแบคทีเรียให้กลายเป็นกรดแลคติคละลายผิวฟันให้เกิดเป็นรู  ฟันผุจึงเริ่มต้นด้วยการละลายตัวของแร่ธาตุที่ยังมองไม่เห็นด้วยตา  จนถึงเห็นเป็นรูฟันผุ  จึงกล่าวได้ว่า  รูฟันผุเป็นระยะท้ายๆ ของโรคฟันผุแล้ว  เพราะฉะนั้น  ฟันผุจึงมีหลายระยะ  และหลายลักษณะแตกต่างกันไป

ฟันผุระยะเริ่มแรก

            ฟันผุระยะเริ่มแรก  เริ่มต้นตั้งแต่ระยะที่เรายังมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า  โดยเริ่มผุในชั้นตื้นๆ  ของผิวเคลือบฟัน  อาจเห็นได้ชัดเจนบริเวณคอฟันของฟันหน้าบน  ลักษณะที่เห็นเป็นแถบผิวฟันสีขาวทึบเหมือนดอกเล็บ  เป็นรอยขุ่นขาวบนผิวเคลือบฟัน  หรือเห็นร่องฟันของฟันกรามติดสีน้ำตาลเข้ม  เป็นระยะที่ฟันผุยังสามารถกลับคืนสู่ผิวเคลือบฟันที่แข็งแรงได้ดังปกติ  หรือหยุดลุกลาม (arrested caries) ได้  ในบางกรณีที่ทำความสะอาดได้ดี  มีการดูดซึมแร่ธาตุกลับสู่ผิวฟัน  หรือหากปล่อยทิ้งไว้ต่อไปจะเกิดเป็นรูหรือโพรงใหญ่ที่ภายนอกเป็นรูเล็กๆ  แต่ข้างในกลวงโบ๋  ซึ่งเป็นระยะที่เนื้อฟันถูกทำลายไปแล้วอย่างถาวร

ฟันผุบนด้านบดเคี้ยว

 

     

 

                ฟันผุที่เกิดบนด้านบดเคี้ยวบริเวณหลุม ร่องฟัน  ลักษณะของฟันผุที่พบในระยะเริ่มแรกอาจเห็นเป็นเส้นร่องดำๆ  หากฟันผุดำเนินต่อไปจนเกิดเป็นรูเล็กๆ ขึ้น  และลึกเข้าไปถึงชั้นเนื้อฟันด้านใต้  อาจเขี่ยติดหรือสะดุดเป็นร่องด้วยเครื่องมือปลายแหลมที่ทันตแพทย์ใช้ตรวจฟัน  การเขี่ยติดหรือสะดุดนี้เองที่ช่วยให้ทันตแพทย์ตัดสินใจกรอฟันและอุดด้วยวัสดุอุดฟัน

ฟันผุซอกฟัน

 

            ลักษณะของรอยฟันผุอาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า  หรือตรวจไม่พบด้วยเครื่องมือทันตแพทย์  เพราะฟันแต่ละซี่นั้นอยู่ชิดกัน  ไม่สามารถสอดเครื่องมือเข้าไปตรวจหารูผุได้  ในกรณีที่ฟันผุเป็นโพรงลุกลามเข้าไปถึงชั้นเนื้อฟันที่อยู่ลึกลงไปแล้ว  อาจมองเห็นเป็นฝ้าขุ่นขาว  หรือรอยดำคล้ำบริเวณซอกฟัน  ในกรณีที่ผุเพียงเล็กน้อยหรืออยู่ชั้นเคลือบฟัน  การวินิจฉัยจำเป็นต้องอาศัยเครื่องมือช่วยวินิจฉัยเพิ่มเติม  หรือเอ็กซเรย์

ฟันผุที่เกิดขึ้นบนผิวรากฟัน

 

            ฟันผุที่เกิดขึ้นกับผิวรากฟันมักเห็นได้ในหลายรูปแบบ  มักเกิดกับรากฟันของผู้สูงอายุ  ซึ่งเป็นกลุ่มวัยที่เหงือกมักร่นลงไปจนทำให้ผิวรากฟันที่ไม่มีเคลือบฟันปกคลุมบางส่วนโผล่พ้นขึ้นมาเหนือเหงือก  เป็นที่สะสมของเศษอาหารและแผ่นคราบฟัน  ในระยะเริ่มต้นมักพบเป็นผิวสีน้ำตาลคล้ำ ด้าน  ไม่เรียบมันเหมือนฟันปกติ  ระยะต่อไป  เมื่อรอยฟันผุลุกลามลงไปใต้ผิวรากฟันที่ลึกขึ้น  ทำให้ผิวรากฟันเริ่มเปื่อยยุ่ย  เกิดเป็นรูฟันผุชัดเจนขึ้น  ส่วนใหญ่มักพบรากฟันผุร่วมกับคอฟันที่สึกแหว่งเป็นร่องจากแรงเสียดสีของแปรงสีฟัน  หรือแรงบดเคี้ยวจากการใช้ฟันมาเป็นเวลานานหลายปี

ฟันผุที่เกิดขึ้นซ้ำภายหลังการอุดฟัน

 

            ฟันผุที่เกิดซ้ำภายหลังการอุดฟัน (secondary caries)  เกิดกับฟันหลายซี่ที่ได้รับการอุดไปแล้ว  ภายหลังใช้งานไปสักระยะหนึ่ง  จะมีรอยผุเกิดขึ้นโดยรอบตามขอบของวัสดุอุด  เป็นที่สะสมของแผ่นคราบจุลินทรีย์ (plaque)  และทำให้แบคทีเรีย  ความชื้น  และน้ำ  ซึมเข้าไปใต้วัสดุอุดถึงชั้นของเนื้อฟันข้างใต้  อาจส่งผลให้เกิดอาการเสียวฟัน  เมื่อบ้วนน้ำเย็น  รอยผุอาจเกิดขึ้นพร้อมกับเห็นรอยแตกหักของวัสดุอุดจนกระทั่งลุกลามมากแล้ว  วัสดุอุดหลุดร่อน  บางส่วนแตกหักออกมา

หากไม่อยากให้เกิดฟันผุ  ทั้งคนที่ท่านรัก  และตัวท่านเอง  วิธีการง่ายๆ ในการดูแลฟัน  คือ

 

  1. จัดเวลามาพบทันตแพทย์เพื่อรับการตรวจฟันในรายการตรวจสุขภาพประจำปี
  2. แปรงฟันอย่างถูกวิธีอย่างน้อยวันละ 2 เวลา  เช้า  และก่อนเข้านอน  ให้ทั่วทุกด้านของฟันแต่ละซี่
  3. แปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ (fluoride) ทุกครั้ง
  4. ใช้อุปกรณ์ช่วยทำความสะอาดซอกฟันเช่นเส้นใยขัดฟัน (dental floss) หรือแปรงซอกฟันหลังมื้ออาหาร  และก่อนเข้านอน
  5. ลดการรับประทานอาหารหวาน  ลดการรับประทานอาหารจุกจิก  หากจะทานควรทานพร้อมอาหารมื้อหลักในแต่ละวัน

Facebook โรงพยาลสวรรค์ประชารักษ์

สถิติการเข้าชม

4703899
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
7283
6629
13912
4624834
144145
142050
4703899

Your IP: 46.229.168.135
2019-11-18 14:04

ลิงค์ภายใน

ลิงค์ภายนอก

ban10 ban1.jpg ban2.jpg ban4.jpg ban5.jpg ban3.jpg ban6.jpg ban7.jpg nsru.jpg

© Copyright 2019 โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์. All Rights Reserved.